ข้ามไปเนื้อหา

เรปูบลิกาเซิร์ปสกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

44°45′N 17°19′E / 44.750°N 17.317°E / 44.750; 17.317

เรปูบลิกาเซิร์ปสกา
Република Српска
Republika Srpska
ธงชาติRepublika Srpska
ธงชาติ
ตราของRepublika Srpska
ตรา
ที่ตั้งของเรปูบลิกาเซิร์ปสกา (สีแดง) ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา; เขตเบิร์ชกอแรเงา
ที่ตั้งของเรปูบลิกาเซิร์ปสกา (สีแดง) ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา; เขตเบิร์ชกอแรเงา
เมืองหลวงซาราเยโว (ตามรัฐธรรมนูญ)[1]
บันยาลูกา (ที่ตั้งสถาบันส่วนใหญ่โดยพฤตินัย)[2]
เมืองใหญ่สุดบันยาลูกา
ภาษาราชการภาษาเซอร์เบีย ภาษาบอสเนีย และภาษาโครเอเชีย[1]
การปกครองหน่วยการเมืองแบบรวมศูนย์ภายใต้ระบบรัฐสภา[2]
ซินิชา การัน[3]
• นายกรัฐมนตรี
ซาโว มินิช[4]
สภานิติบัญญัติสมัชชาประชาชน
การก่อตั้ง
• ประกาศจัดตั้ง
9 มกราคม ค.ศ. 1992
• รับรองเป็นหน่วยการเมืององค์ประกอบของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
14 ธันวาคม ค.ศ. 1995
พื้นที่
• รวม
24,641 ตารางกิโลเมตร (9,514 ตารางไมล์)
ประชากร
• ประมาณ 2024
1,110,496[5]
• สำมะโนประชากรปี 2013
1,228,423[6]
• ความหนาแน่น
45.1 ต่อตารางกิโลเมตร (116.8 ต่อตารางไมล์)
จีดีพี (ราคาตลาด)ประมาณ 2024
• รวม
17.206 พันล้านมาร์กา (9.519 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)[5]
• ต่อหัว
15,494 มาร์กา (8,572 ดอลลาร์สหรัฐ)[5]
เอชดีไอ (2023)เพิ่มขึ้น 0.801[7]
สูงมาก
สกุลเงินคอนเวอร์ทิเบิลมาร์กา (BAM)
เขตเวลาUTC+1 (CET)
• ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)
UTC+2 (CEST)
รหัสโทรศัพท์+387
กเขตเบิร์ชกออยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาโดยตรง แม้ตามคำชี้ขาดสุดท้ายจะเป็นดินแดนใต้การปกครองร่วมของหน่วยการเมืองทั้งสอง
ขรัฐธรรมนูญใช้ถ้อยคำว่า “ภาษาของชาวเซิร์บ ชาวบอสนีแอก และชาวโครแอต”[1]

เรปูบลิกาเซิร์ปสกา (Република Српска; Republika Srpska; แปลตามตัวอักษรว่า “สาธารณรัฐเซิร์บ”) เป็นหนึ่งในหน่วยการเมืององค์ประกอบสองหน่วยของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อีกหน่วยคือสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ไม่ใช่รัฐเอกราชหรือประเทศแยกต่างหาก[8] ดินแดนมีลักษณะไม่ต่อเนื่อง โดยเขตเบิร์ชกอคั่นส่วนตะวันตกกับส่วนตะวันออกออกจากกัน เมืองบันยาลูกาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเป็นที่ตั้งของสถาบันส่วนใหญ่ ขณะที่รัฐธรรมนูญระบุซาราเยโวเป็นเมืองหลวง[1][2]

เรปูบลิกาเซิร์ปสกาประกาศจัดตั้งเมื่อ 9 มกราคม ค.ศ. 1992 ในบริบทการแตกสลายของยูโกสลาเวียและสงครามบอสเนีย ต่อมาความตกลงเดย์ตันกำหนดให้เป็นหนึ่งในสองหน่วยการเมืององค์ประกอบภายในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา[8] ประชากรส่วนใหญ่ระบุตนเป็นชาวเซิร์บ แต่รัฐธรรมนูญคุ้มครองสถานะเท่าเทียมของชาวบอสนีแอก ชาวโครแอต และพลเมืองกลุ่มอื่น[1][6]

ชื่อ

[แก้]

คำว่า Srpska เป็นรูปคำคุณศัพท์เพศหญิงในภาษาเซอร์เบียที่มีรากจากชื่อชาติพันธุ์ชาวเซิร์บ จึงไม่ใช่คำเดียวกับ Srbija ซึ่งเป็นชื่อประเทศเซอร์เบีย[9] ในภาษาอังกฤษพบทั้ง Republika Srpska, Republic of Srpska และ Serb Republic แต่เอกสารรัฐธรรมนูญของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาใช้รูปทับศัพท์ Republika Srpska[8] บทความนี้จึงใช้ชื่อทับศัพท์ภาษาไทย “เรปูบลิกาเซิร์ปสกา” เพื่อไม่สื่อว่าดินแดนนี้เป็นสาธารณรัฐเอกราช

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ก่อน ค.ศ. 1992

[แก้]

ดินแดนที่อยู่ในเรปูบลิกาเซิร์ปสกาปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อารยธรรมอิลลิเรียนและโรมันทิ้งหลักฐานไว้หลายแห่ง ก่อนที่ชาวสลาฟจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 ในยุคกลางพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ภายใต้อำนาจที่เปลี่ยนแปลงระหว่างบอสเนีย เซอร์เบีย โครเอเชีย ฮังการี และไบแซนไทน์ ต่อมาออตโตมันยึดบอสเนียได้ใน ค.ศ. 1463 และดินแดนนี้อยู่ภายใต้จักรวรรดิออตโตมันหลายศตวรรษ[10]

ภายหลังออสเตรีย–ฮังการีเข้ายึดครองบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาใน ค.ศ. 1878 ดินแดนนี้รวมเข้าราชอาณาจักรยูโกสลาเวียหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวียหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในสมัยสังคมนิยม บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหพันธรัฐ ไม่ได้แบ่งเป็นเรปูบลิกาเซิร์ปสกากับสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเช่นปัจจุบัน[11]

การประกาศจัดตั้งและสงครามบอสเนีย

[แก้]

เมื่อยูโกสลาเวียสลายตัว ตัวแทนชาวเซิร์บในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาประกาศจัดตั้ง “สาธารณรัฐชาวเซิร์บแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา” เมื่อ 9 มกราคม ค.ศ. 1992 ซึ่งภายหลังใช้ชื่อเรปูบลิกาเซิร์ปสกา เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนการลงประชามติเอกราชของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่นำไปสู่สงครามบอสเนีย (ค.ศ. 1992–1995)[12]

ในพื้นที่ซึ่งกองกำลังและเจ้าหน้าที่ของเรปูบลิกาเซิร์ปสกาควบคุมระหว่างสงคราม เกิดการขับไล่ การคุมขัง การประหัตประหาร และการสังหารพลเรือนที่ไม่ใช่ชาวเซิร์บอย่างกว้างขวาง ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวียได้มีคำพิพากษาลงโทษผู้นำและเจ้าหน้าที่หลายคนในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม[13] ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1995 กองกำลังเซิร์บบอสเนียสังหารชาวบอสนีแอกส่วนใหญ่เป็นชายและเด็กชายกว่า 8,000 คนในและรอบสเรเบรนิตซา ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์[14]

หลังความตกลงเดย์ตัน

[แก้]

ความตกลงเดย์ตันลงนามเมื่อ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1995 ยุติสงครามและกำหนดกรอบรัฐธรรมนูญของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา โดยให้เรปูบลิกาเซิร์ปสกากับสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นหน่วยการเมืององค์ประกอบภายใต้อำนาจอธิปไตยเดียวกันของประเทศ[8] เขตเบิร์ชกอซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ถูกกำหนดภายหลังให้เป็นเขตปกครองตนเองภายใต้อำนาจอธิปไตยโดยตรงของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ไม่อยู่ภายใต้รัฐบาลของหน่วยการเมืองใดหน่วยหนึ่ง[15]

หลังสงคราม สถาบันระดับรัฐของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนารับโอนอำนาจหลายด้าน รวมทั้งการป้องกันประเทศ ส่งผลให้กองทัพเรปูบลิกาเซิร์ปสกาถูกยุบและรวมการควบคุมทางทหารไว้ที่ระดับรัฐใน ค.ศ. 2006[16] ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเรปูบลิกาเซิร์ปสกากับสถาบันระดับรัฐยังเป็นประเด็นการเมืองสำคัญ โดยรายงานของผู้แทนระดับสูงใน ค.ศ. 2025 ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนกฎหมายหลายฉบับของเรปูบลิกาเซิร์ปสกาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ[17]

ภูมิศาสตร์

[แก้]
ล็อกออร์โลวัชโกในอุทยานแห่งชาติซูตเยสกา

เรปูบลิกาเซิร์ปสกาตั้งอยู่ทางเหนือและตะวันออกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มีพรมแดนระหว่างประเทศติดโครเอเชียทางเหนือ เซอร์เบียทางตะวันออก และมอนเตเนโกรทางตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนแนวเขตระหว่างหน่วยการเมืองกับสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นเส้นแบ่งเขตปกครอง ไม่ใช่พรมแดนระหว่างประเทศ[18]

ภูมิประเทศต่างกันมากตั้งแต่ที่ราบเกษตรกรรมเซ็มเบรียทางตะวันออกเฉียงเหนือและหุบเขาแม่น้ำซาวาทางเหนือ ไปจนถึงภูเขาไดนาริกทางใต้ ยอดมักลิชสูง 2,386 เมตรเป็นจุดสูงสุดของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาและอยู่บนพรมแดนมอนเตเนโกร[19] แม่น้ำสำคัญ ได้แก่ ซาวา ดรินา บอสนา วร์บัส ซานา และอูนา ซึ่งส่วนใหญ่ไหลสู่ลุ่มน้ำทะเลดำ ส่วนแม่น้ำเตรบิชนิตซาในเฮอร์เซโกวีนาอยู่ในลุ่มน้ำทะเลเอเดรียติก[20]

พื้นที่ป่าครอบคลุมมากกว่าครึ่งของดินแดน อุทยานแห่งชาติสำคัญได้แก่อุทยานแห่งชาติซูตเยสกา ซึ่งมีป่าดึกดำบรรพ์เปรูชิตซา และอุทยานแห่งชาติโคซารา ต่อมายังมีอุทยานแห่งชาติดรีนาในหุบเขาแม่น้ำดรีนา[21]

การเมืองและการปกครอง

[แก้]
อาคารสมัชชาประชาชนในบันยาลูกา

รัฐธรรมนูญของเรปูบลิกาเซิร์ปสกากำหนดสถาบันของตนเอง ได้แก่ ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดีสองคน รัฐบาล สมัชชาประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และหน่วยงานบริหารอื่น ๆ อย่างไรก็ดี อำนาจของหน่วยการเมืองต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและสถาบันระดับรัฐของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา[1][8]

สมัชชาประชาชนเป็นสภาเดี่ยว มีสมาชิก 83 คน ทำหน้าที่ตรากฎหมาย อนุมัติงบประมาณ และให้ความเห็นชอบรัฐบาล ระบบการบริหารมีลักษณะรวมศูนย์กว่าสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งแบ่งเป็น 10 รัฐ (แคนตัน)[2] ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงวาระสี่ปี ส่วนรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า[1] ใน ค.ศ. 2026 ซินิชา การันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหลังการเลือกตั้งก่อนกำหนด ส่วนซาโว มินิชเป็นนายกรัฐมนตรี[3][4]

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

เรปูบลิกาเซิร์ปสกามีหน่วยปกครองท้องถิ่น 64 หน่วย ได้แก่เทศบาลและนคร โดยไม่มีระดับแคนตันคั่นกลางเช่นในสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา[2] นครและศูนย์กลางสำคัญ ได้แก่ บันยาลูกา บีเยลยีนา ปรีเยดอร์ โดบอย ซวอร์นิก เทรบีเนีย และซาราเยโวตะวันออก ทั้งนี้ ซาราเยโวตะวันออกเป็นนครที่ประกอบจากเทศบาลหลายแห่ง มิใช่ส่วนเดียวกับนครซาราเยโวในสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา[22]

ประชากรศาสตร์

[แก้]

จำนวนประชากรประมาณการใน ค.ศ. 2024 คือ 1,110,496 คน ลดลงจาก 1,228,423 คนตามสำมะโนของรัฐใน ค.ศ. 2013[5][6] การลดลงของประชากรสัมพันธ์กับอัตราเกิดต่ำ การย้ายถิ่น และโครงสร้างอายุของประชากร ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมของหลายพื้นที่ในบอลข่านตะวันตก[23]

กลุ่มชาติพันธุ์ ภาษา และศาสนา

[แก้]

สำมะโน ค.ศ. 2013 ของสำนักงานสถิติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาระบุว่าประชากรในเรปูบลิกาเซิร์ปสกาประมาณ 83.0% เป็นชาวเซิร์บ 12.7% เป็นชาวบอสนีแอก 2.3% เป็นชาวโครแอต และ 2.1% เป็นกลุ่มอื่นหรือไม่ระบุ[6] รัฐธรรมนูญรับรองความเสมอภาคของชนชาติองค์ประกอบทั้งสามและกำหนดให้ใช้อักษรซีริลลิกและละตินตามกฎหมาย[1]

ในสำมะโนเดียวกัน ผู้นับถือคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์เป็นกลุ่มศาสนาที่ใหญ่ที่สุด (82.8%) รองลงมาคือศาสนาอิสลาม (12.8%) และโรมันคาทอลิก (2.2%)[6] ภาษาเซอร์เบีย ภาษาบอสเนีย และภาษาโครเอเชียมีมาตรฐานภาษาและการใช้ทางการต่างกัน แต่มีความเข้าใจร่วมกันได้ในระดับสูง; รัฐธรรมนูญใช้ชื่อภาษาตามกลุ่มประชาชนแทนการวินิจฉัยทางภาษาศาสตร์ว่าควรเป็นภาษาเดียวหรือหลายภาษา[1]

การศึกษา

[แก้]

มหาวิทยาลัยของรัฐที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยบันยาลูกาและมหาวิทยาลัยซาราเยโวตะวันออก นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาเอกชนหลายแห่ง สถาบันวิทยาศาสตร์และศิลปะแห่งเรปูบลิกาเซิร์ปสกาก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1996 ทำหน้าที่เป็นสถาบันสูงสุดด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะของหน่วยการเมือง[24]

เศรษฐกิจ

[แก้]
ทางแยกต่างระดับบนทางหลวงกราดิชกา–บันยาลูกา

เรปูบลิกาเซิร์ปสกาใช้คอนเวอร์ทิเบิลมาร์การ่วมกับส่วนอื่นของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา โดยอัตราแลกเปลี่ยนผูกกับเงินยูโรที่ 1 ยูโรต่อ 1.95583 มาร์กา[25] ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศใน ค.ศ. 2024 อยู่ที่ 17.206 พันล้านมาร์กา หรือ 15,494 มาร์กาต่อคน ตามข้อมูลสำนักงานสถิติของเรปูบลิกาเซิร์ปสกา[5]

โครงสร้างเศรษฐกิจประกอบด้วยอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรกรรม ป่าไม้ พลังงาน การค้า การก่อสร้าง และบริการ ภาคการผลิตมีความสำคัญต่อการจ้างงานและการส่งออก ขณะที่พลังน้ำ ถ่านหิน และชีวมวลเป็นทรัพยากรพลังงานสำคัญ[26] ปัญหาการย้ายถิ่น แรงงานสูงวัย และความแตกต่างของการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบทยังคงจำกัดการเติบโตระยะยาว[27]

คมนาคม

[แก้]

โครงข่ายถนนเชื่อมบันยาลูกากับโดบอย กราดิชกา ซาราเยโวตะวันออก และพรมแดนเซอร์เบียหรือโครเอเชีย ทางรถไฟของการรถไฟเรปูบลิกาเซิร์ปสกาเชื่อมกับโครงข่ายระดับประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน การกำกับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของเรปูบลิกาเซิร์ปสกา ขณะที่การบินพลเรือนและศุลกากรเป็นอำนาจระดับรัฐ[28]

วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

[แก้]

วัฒนธรรมของเรปูบลิกาเซิร์ปสกาสัมพันธ์กับมรดกเซอร์เบียบอสเนียและประวัติศาสตร์ร่วมของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ใช้อักษรซีริลลิกอย่างแพร่หลายควบคู่กับอักษรละติน ศูนย์วัฒนธรรมสำคัญอยู่ที่บันยาลูกา เทรบีเนีย วีเชกราด และซาราเยโวตะวันออก[29]

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญรวมถึงยาฮอรินาซึ่งเคยเป็นสถานที่แข่งขันสกีในโอลิมปิกฤดูหนาว 1984 อุทยานแห่งชาติซูตเยสกาและโคซารา สะพานเมห์เหม็ด ปาชา โซโคโลวิชที่วีเชกราดซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก และเมืองท่องเที่ยวอันดริชกราด การท่องเที่ยวภูเขา สปา แม่น้ำ และมรดกวัฒนธรรมเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจบริการ[30]

แกลเลอรี

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 "Constitution of Republika Srpska (consolidated version)" (PDF). Office of the High Representative. 2024. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 3 4 5 "OECD Reviews of Evaluation and Assessment in Education: Bosnia and Herzegovina". OECD. 31 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 "Separatist wins rerun vote for president of Bosnian Serb region". Reuters. 8 กุมภาพันธ์ 2026. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 "Prime Minister of the Republic of Srpska – Savo Minić". Government of the Republic of Srpska. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 3 4 5 "Gross domestic product" (PDF). Republika Srpska Institute of Statistics. 2025. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 3 4 5 "2013 Census of Population, Households and Dwellings in Bosnia and Herzegovina: final results" (PDF). Agency for Statistics of Bosnia and Herzegovina. 2016. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. ↑ "Sub-national HDI: Bosnia and Herzegovina". Global Data Lab. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. 1 2 3 4 5 "Annex 4: Constitution of Bosnia and Herzegovina". Office of the High Representative. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. ↑ Andjelic, Neven (2004). Bosnia-Herzegovina: The End of a Legacy (ภาษาอังกฤษ). Routledge. น. 100. ISBN 978-1-134-29453-1. {{cite book}}: ตรวจค่าของ |isbn=: checksum ไม่ถูกต้อง (วิธีใช้)
  10. ↑ Malcolm, Noel (2002). Bosnia: A Short History (ภาษาอังกฤษ) (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Pan Books. น. 1–155. ISBN 978-0-330-41244-5.
  11. ↑ Donia, Robert J. (2006). Sarajevo: A Biography (ภาษาอังกฤษ). University of Michigan Press. น. 103–159. ISBN 978-0-472-11557-0.
  12. ↑ Burg, Steven L.; Shoup, Paul S. (1999). The War in Bosnia-Herzegovina: Ethnic Conflict and International Intervention (ภาษาอังกฤษ). M. E. Sharpe. น. 72–103. ISBN 978-1-56324-309-0. {{cite book}}: ตรวจค่าของ |isbn=: checksum ไม่ถูกต้อง (วิธีใช้)
  13. ↑ "Karadžić case: judgement summary" (PDF). International Criminal Tribunal for the former Yugoslavia. 24 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. ↑ "Bosnia and Herzegovina v. Serbia and Montenegro: judgment of 26 February 2007". International Court of Justice. 26 กุมภาพันธ์ 2007. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. ↑ "Brčko District". Office of the High Representative. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. ↑ "Signatures of Partnership for Peace Framework Document". NATO. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. ↑ "68th report of the High Representative for implementation of the peace agreement". Office of the High Representative. 31 ตุลาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. ↑ Cox, Marcus (2003). Building Democracy from the Outside: The Dayton Agreement in Bosnia and Herzegovina (ภาษาอังกฤษ). Zed Books. น. 253–276. ISBN 978-1-84277-150-1.
  19. ↑ "Bosnia and Herzegovina: Relief". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. ↑ "The Geography of Bosnia and Herzegovina: Between East and West". Springer Nature. 2022. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. ↑ "Protected areas of Republika Srpska" (PDF). Republika Srpska Institute of Statistics. 2025. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. ↑ "Cities and municipalities of Republika Srpska" (PDF). Republika Srpska Institute of Statistics. 2025. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  23. ↑ "Bosnia and Herzegovina: country health profile 2023" (PDF). European Commission and OECD. 2023. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  24. ↑ "Foundation, establishment and status of the Academy". Academy of Sciences and Arts of Republika Srpska. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. ↑ "Currency board". Central Bank of Bosnia and Herzegovina. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. ↑ "This is Republika Srpska 2024" (PDF). Republika Srpska Institute of Statistics. 2024. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. ↑ "Western Balkans regular economic report". World Bank. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. ↑ "Transport infrastructure". Government of the Republic of Srpska. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. ↑ "Statistical Yearbook of Republika Srpska 2025" (PDF). Republika Srpska Institute of Statistics. 2025. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. ↑ "Tourism Organisation of Republika Srpska: destinations". Tourism Organisation of Republika Srpska. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

แม่แบบ:บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา