ข้ามไปเนื้อหา

จักรพรรดิเอากุสตุส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิเอากุสตุส
พระบรมราชานุสาวรีย์เอากุสตุสแห่งปรีมาปอร์ตา จากคริสต์ศตวรรษที่ 1
จักรพรรดิโรมัน
ครองราชย์ค.ศ. 14
ถัดไปติแบริอุส
พระราชสมภพ23 กันยายน 63 ปีก่อน ค.ศ.
โรม, สาธารณรัฐโรมัน
กาอิอุส อ็อกตาวิอุส ทูรีนุส
สวรรคต19 สิงหาคม ค.ศ. 14 (75 ปี)
โนลา, อีตาลิอา, จักรวรรดิโรมัน
ฝังพระศพสุสานเอากุสตุส, โรม
คู่อภิเษก
พระนามเต็ม
  • กาอิอุส อ็อกตาวิอุส ทูรินุส
    (ชื่อเกิด จนถึง 44 ปีก่อน ค.ศ.)
  • กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ อ็อกตาวิอานุส
    (44–42 ปีก่อน ค.ศ.)
  • กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ ดีวี ฟีลิอุส
    (42–38 ปีก่อน ค.ศ.)
  • อิมแปราตอร์ ไกซาร์ ดีวี ฟีลิอุส
    (38–27 ปีก่อน ค.ศ.)
  • อิมแปราตอร์ ไกซาร์ ดีวี ฟีลิอุส เอากุสตุส
    (27 ปีก่อน ค.ศ. จนกระทั่งสวรรคต)
ราชวงศ์ยูลิอุส-เกลาดิอุส
พระราชบิดา
พระราชมารดาอาติอา บัลบา ไกโซนิอา
ศาสนาศาสนาโรมันโบราณดั้งเดิม

จักรพรรดิเอากุสตุส[a] (ชื่อเกิด กาอิอุส อ็อกตาวิอุส[b]; 23 กันยายน 63 ปีก่อนคริสตกาล – 19 สิงหาคม ค.ศ. 14) หรือ ออกเตเวียน[c] เป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิโรมันและเป็นจักรพรรดิโรมันพระองค์แรก ครองราชย์ตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งสวรรคตใน ค.ศ. 14[d] รัชสมัยของพระองค์เป็นจุดเริ่มต้นของลัทธิบูชาจักรพรรดิและสมัยแห่งสันติภาพจักรวรรดิ (ปากส์โรมานา หรือ ปากส์เอากุสตา) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกโรมันปราศจากความขัดแย้งทางอาวุธครั้งใหญ่ ทั้งนี้ ระบอบพลเมืองชั้นหนึ่ง (principate) อันเป็นรูปแบบการปกครองที่จักรพรรดิทรงแสดงความเคารพต่อวุฒิสภาในนาม[2] ก็ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ และดำรงอยู่ต่อมาจนถึงวิกฤตการณ์คริสต์ศตวรรษที่ 3

ออกเตเวียนเกิดในตระกูลชนชั้นอัศวินสายสกุลอ็อกตาวิอา จูเลียส ซีซาร์ ผู้เผด็จการโรมันซึ่งเป็นตา (น้องชายของยาย) ของออกเตเวียน ได้ระบุชื่อเขาเป็นทายาทหลักในพินัยกรรม และหลังจากที่ซีซาร์ถูกลอบสังหารเมื่อ 44 ปีก่อนคริสตกาล ออกเตเวียนจึงได้รับมรดกและใช้นามของซีซาร์ จากนั้นเขาต่อสู้เพื่อแย่งชิงความภักดีจากกองทหารของซีซาร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน และยึดอำนาจด้วยการเดินทัพเข้ากรุงโรมเมื่อ 43 ปีก่อนคริสตกาล จนได้เป็นกงสุลที่ได้รับเลือกอายุน้อยที่สุดของโรม ออกเตเวียน มาร์ก แอนโทนี และมาร์กุส แลปิดุส ร่วมกันตั้งคณะปกครองสามผู้นำ ซึ่งได้รับอำนาจตามกฎหมายในการประกาศให้ผู้สังหารซีซาร์และพันธมิตรเป็นพวกนอกกฎหมาย ภายหลังชัยชนะในยุทธการที่ฟีลิปปีเมื่อ 42 ปีก่อนคริสตกาล คณะสามผู้นำก็แบ่งสาธารณรัฐโรมันกันปกครองแบบคณาธิปไตยโดยพฤตินัย แต่ความทะเยอทะยานที่ขัดแย้งกันกลับทำให้ทั้งสามฝ่ายแตกแยกกันในที่สุด ออกเตเวียนสั่งเนรเทศแลปิดุสเมื่อ 36 ปีก่อนคริสตกาล เพราะแลปิดุสต่อต้านเขาในซิซิลี ส่วนมาร์กุส อากริปปา ผู้บัญชาการกองทัพเรือฝ่ายออกเตเวียน เอาชนะแอนโทนีในยุทธนาวีที่อักติอูงเมื่อ 31 ปีก่อนคริสตกาล จากนั้นแอนโทนีและคลีโอพัตรา ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นราชินีอียิปต์แห่งราชวงศ์ทอเลมี ก็ปลิดชีพตนเองระหว่างที่ออกเตเวียนบุกอียิปต์ และอียิปต์ก็กลายเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของออกเตเวียน

หลังจากคณะสามผู้นำล่มสลาย ออกเตเวียนได้ทำข้อตกลงกับชนชั้นนำโรมันที่เหลืออยู่ว่าตนจะฟื้นฟูภาพลักษณ์ภายนอกของสาธารณรัฐเสรีที่มีวุฒิสภา ตุลาการฝ่ายบริหาร และสภานิติบัญญัติเป็นศูนย์กลาง แต่เนื่องจากออกเตเวียนควบคุมกองทัพและมณฑลของโรมันประมาณครึ่งหนึ่ง เขาจึงยังมีอำนาจเผด็จการ ซึ่งได้รับความชอบธรรมจากการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพโรมันส่วนใหญ่ เพื่อไม่ให้ดูเหมือนระบอบราชาธิปไตยหรือเผด็จการ ในที่สุดเขาจึงปฏิเสธที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกงสุลอีก แต่วุฒิสภามอบอำนาจของตริบูนุสของสภาสามัญชนและเกงซอร์ให้แก่เขา พร้อมทั้งมอบสถานะพลเมืองชั้นหนึ่ง (princeps) พระนาม "เอากุสตุส" ("ผู้เป็นที่เคารพบูชา") และปาแตร์ปาตริไอ (pater patriae; แปลตรงตัว 'บิดาแห่งประเทศ') พร้อมตั้งชื่อเดือนสิงหาคมตามชื่อของพระองค์ หลังแลปิดุสเสียชีวิต จักรพรรดิเอากุสตุสยังรับตำแหน่งปอนติเฟกส์มากซิมุส (pontifex maximus; "มหาปุโรหิต") อีกด้วย

จักรพรรดิเอากุสตุสทรงขยายอาณาเขตของจักรวรรดิอย่างกว้างขวาง โดยผนวกอียิปต์ แดลเมเชีย พันโนเนีย โนริกูง และไรติอา ขยายดินแดนในแอฟริกา และพิชิตฮิสปานิอาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การขยายอำนาจกลับประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในแกร์มานิอา ส่วนนอกชายแดน พระองค์รักษาความมั่นคงของจักรวรรดิด้วยเขตกันชนที่ประกอบด้วยรัฐบริวารและเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพกับจักรวรรดิพาร์เธียและราชอาณาจักรคุช พระองค์ทรงปฏิรูประบบภาษีและระบบเงินตราของโรม พัฒนาเครือข่ายถนนพร้อมระบบส่งสารอย่างเป็นทางการ จัดตั้งกองทัพอาชีพประจำการ ตั้งกองทหารรักษาพระองค์ไปรโตริอานี รวมถึงหน่วยตำรวจและหน่วยดับเพลิงอย่างเป็นทางการสำหรับกรุงโรม และมีการบูรณะเมืองครั้งใหญ่ในรัชสมัยของพระองค์ จักรพรรดิเอากุสตุสทรงเป็นทั้งนักเขียนและผู้อุปถัมภ์กวีอย่างเวอร์จิล และยังทรงปรากฏอยู่ในงานศิลปะหลากหลายแขนงตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 14 สิริพระชนมพรรษา 75 พรรษา ด้วยสาเหตุธรรมชาติ และวุฒิสภายกย่องพระองค์เป็นเทพหลังสิ้นชีพ แม้มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า พระชายาลีวิอา ทรงเป็นผู้วางยาพิษพระองค์ จักรพรรดิติแบริอุส ผู้เป็นพระราชบุตรบุญธรรม ทรงสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิต่อจากพระองค์

พระนาม

[แก้]

จักรพรรดิเอากุสตุสทรงมีพระนามจำนวนมากตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้แก่[3]

  • กาอิอุส อ็อกตาวิอุส:[4] (ละติน: Gaius Octavius) ซุเอโตนิอุสระบุว่า[5] อ็อกตาวิอุสในวัยทารกได้รับชื่อที่สามว่า ทูรีนุส (Thurinus; 'แห่งทูรีนุส') เพื่อรำลึกถึงชัยชนะของบิดาที่มีเหนือพรรคพวกของสปาร์ตากุสที่ทูรีนุส[6][e] มาร์กุส ยูนิอุส บรูตุส ผู้สังหารจูเลียส ซีซาร์ บิดาบุญธรรมของออกเตเวียน ปฏิเสธข้ออ้างของออกเตเวียนเรื่องการรับเป็นบุตรบุญธรรมตามพินัยกรรมของซีซาร์ โดยเรียกเขาว่า อ็อกตาวิอุส (Octavius)[8]
  • กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์:[9] (ละติน: Gaius Julius Caesar) หลังจากจูเลียส ซีซาร์ ระบุชื่ออ็อกตาวิอุสเป็นทายาทของตนเมื่อ 44 ปีก่อนคริสตกาล อ็อกตาวิอุสก็ใช้นามสกุลและชื่อที่สามของซีซาร์[10] นักประวัติศาสตร์จึงมักเติม อ็อกตาวิอานุส (Octavianus) ต่อท้ายชื่อ เพื่อแยกเขาออกจากจูเลียส ซีซาร์ ผู้ล่วงลับ[11] และเพื่อสื่อว่าเขาเคยเป็นสมาชิกของสายสกุลอ็อกตาวิอา (gens Octavia) ทั้งนี้ ไม่มีหลักฐานระบุว่าอ็อกตาวิอุสเคยใช้ชื่อนี้[12] แม้ว่าบุคคลร่วมสมัยเดียวกันบางส่วนจะเรียกเขาว่า กาอิอุส อ็อกตาวิอุส,[13] กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ อ็อกตาวิอานุส[14] หรือ "ไกซาร์หนุ่ม" ก็ตาม[8] ส่วนออกเตเวียน (Octavian) เป็นชื่อที่นักประวัติศาสตร์มักใช้เรียกเขาในช่วงระหว่าง 44 ถึง 27 ปีก่อนคริสตกาล[15]
  • อิมแปราตอร์ ไกซาร์:[16] (ละติน: Imperator Caesar) เหรียญและจารึกยุคแรกของออกเตเวียนล้วนกล่าวถึงเขาว่า กาอิอุส ไกซาร์ แต่นับตั้งแต่ 38 ปีก่อนคริสตกาล เขาได้แทนที่ชื่อ "กาอิอุส" ด้วยชื่อเทิดพระเกียรติว่า อิมแปราตอร์ (imperator; 'ผู้บัญชาการ')[17] สายตระกูลของเขายังคงใช้ชื่อ ไกซาร์ ซึ่งเป็นชื่อที่สามของสายหนึ่งในตระกูลยูลิอา (gens Julia) และท้ายที่สุดชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อตำแหน่งจักรพรรดิ[18]
  • อิมแปราตอร์ ไกซาร์ เอากุสตุส:[19] (ละติน: Imperator Caesar Augustus) เมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล วุฒิสภามอบบรรดาศักดิ์ เอากุสตุส (Augustus; 'ผู้เป็นที่เคารพบูชา') ให้แก่เขา[20] นักประวัติศาสตร์นิยมใช้ชื่อนี้ หรือสลับชื่อเป็น "เอากุสตุส ไกซาร์" ตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตกาล จนกระทั่งสวรรคตใน ค.ศ. 14[21]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ↑ ละติน: Augustus
  2. ↑ ละติน: Gaius Octavius
  3. ↑ แผลงมาจากคำว่า Octavianus (อ็อกตาวิอานุส) ในภาษาละติน
  4. ↑ ระยะเวลาการครองราชย์ของพระองค์เป็นวันที่ตามปฏิทินร่วมสมัย จักรพรรดิเอากุสตุสทรงมีพระชนม์ชีพคาบเกี่ยวเวลาในสองปฏิทิน ได้แก่ ปฏิทินโรมันจนถีง 45 ปีก่อนคริสตกาล และปฏิทินจูเลียนภายหลัง 45 ปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากมีการเบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ของจูเลียส ซีซาร์ จักรพรรดิเอากุสตุสจึงทรงฟื้นฟูปฏิทินจูเลียนแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ค.ศ. 4 และความสอดคล้องระหว่างปฏิทินจูเลียนย้อนหลัง (proleptic Julian calendar) กับปฏิทินที่ใช้จริงในกรุงโรมก่อน 8 ปีก่อนคริสตกาลนั้นยังไม่แน่ชัด[1]
  5. ↑ Cassius Dio instead gives him the name Caepias, probably a corruption of Scaptia, the name of Octavius' birth tribe.[7]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Blackburn & Holford-Strevens 2003, pp. 670–671.
  2. ↑ Richardson 2012, p. 225; Cavalieri et al. 2022, p. 18.
  3. ↑ Southern 2014, p. 1.
  4. ↑ Southern 2014, p. 1; Goldsworthy 2014, p. 6, 88–89.
  5. ↑ Luke 2015, pp. 246 (rejecting the story from Suetonius, Augustus, 7.1).
  6. ↑ Fratantuono 2016, p. xix; Southern 2014, p. 3; Goldsworthy 2014, p. 45; Zerbey IV 2016, p. 25; Luke 2015, pp. 242–266, but arguing instead that Octavius chose the name to identify himself with his father's pacification of the area.
  7. ↑ Lindsay 2009, p. 89, citing Dio, 45.1.1.
  8. 1 2 Galinsky 2012, p. 16.
  9. ↑ Southern 2014, p. 1; Goldsworthy 2014, pp. 6–7, 88–89.
  10. ↑ Bringmann 2007, p. 283; Levick 2009, p. 209; Shotter 2005, p. 1; Goldsworthy 2014, p. 6.
  11. ↑ Bringmann 2007, p. 283; Goldsworthy 2014, p. 6.
  12. ↑ Fratantuono 2016, pp. xviii–xix, 154–155 (endnote 3); Goldsworthy 2014, pp. 6–7.
  13. ↑ Southern 2014, p. 45.
  14. ↑ Bringmann 2007, p. 283; Galinsky 2012, p. 16; Southern 2014, p. 37.
  15. ↑ Shelton 1998, p. 58; Goldsworthy 2014, p. 6.
  16. ↑ Southern 2014, pp. 34, 131; Goldsworthy 2014, p. 6.
  17. ↑ Hammond 1957; Syme 1958, pp. 176, 179, 181–183, 185; Goldsworthy 2014, p. 6.
  18. ↑ Eck & Takács 2007, p. 57.
  19. ↑ Hammond 1957, pp. 21, 55; Galinsky 2012, pp. 66–67; Eck & Takács 2007, p. 57.
  20. ↑ Bringmann 2007, pp. 304, 307; Eder 2005, p. 13.
  21. ↑ Galinsky 2005, pp. 7–8; Galinsky 2012, p. 16; Goldsworthy 2014, p. 6.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลโบราณ

[แก้]
  • Appian. Bella civilia.
    • McGing, B. C. (2020). Appian: Roman History. Loeb Classical Library. เล่มที่ IV–VI. Harvard University Press. ISBN 978-0-674-99647-2.
    • White, Horace (1913–14). Loeb Classical Library – via LacusCurtius.
  • Augustus. Res Gestae Divi Augusti.
    • Cooley, Alison E. (2009). Res Gestae Divi Augusti: Text, Translation, and Commentary. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-84152-8.
    • Shipley, Frederick W. (1924). Loeb Classical Library – via LacusCurtius.
  • Cicero. Epistulae ad Atticum.
  • Dio. Historia Romana.
  • Florus. Epitomae.
  • Livy. Periochae.
  • Nicolaus Damascenus. Life of Augustus.
  • Suetonius. Augustus.
    • Wardle, D. (2014). Life of Augustus: Vita divi Augusti. Oxford University Press. ISBN 978-0-19-968645-2.
    • Rolfe, J. C. (1913–14). Loeb Classical Library – via LacusCurtius
  • Tacitus. Annales.
  • Velleius Paterculus. Historia Romana.

แหล่งข้อมูลสมัยใหม่

[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่มเติม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]